ไฮไลท์ อิเล็กทรอนิกส์
ผลิต และจัดจำหน่ายโคมไฟถนน LED ไฟสปอตไลท์ ไฟพลังสูง คุณภาพมาตรฐาน มอก.
ผู้ผลิตหลอดไฟภายใน LED ประหยัดพลังงาน คุณภาพมาตรฐานสูง
หลอดไฟดาวน์ไลท์ ไฟแทร็คไลท์ หลอดไฟ LED เม็ดหลอดคุณภาพสูง

   Category

ค้นหาหมวดสินค้า


ค้นหารุ่นสินค้า

   สินค้าขายดี


หลอด LED 5 หัว E27 1Watt 220V
หลอด LED 5 หัว E27 1Watt 220V
ดูรายละเอียด...

HL-LED80W 220V 3000K
สปอร์ทไลท์ LED80วัตต์แสงวอร์มไวท์
ดูรายละเอียด...

HL-LED80W 220V 6400K
สปอร์ทไลท์ LED80วัตต์แสงขาว
ดูรายละเอียด...

HL-LED100W 220V 3000K
สปอร์ทไลท์LED 100W แสงวอร์มไวท์
ดูรายละเอียด...

HL-LED100W 220V 6400K
สปอร์ทไลท์ LED100W แสงขาว
ดูรายละเอียด...

LED SD817-24V-RGB
LED SD817-24V 12M 15W RGB
ดูรายละเอียด...

   สินค้าราคาพิเศษ


หลอด LED ปิงปอง E14 4Watt 220V สี
หลอด LED ปิงปอง E14 4Watt 220V สี
ดูรายละเอียด...

Manufacturing


 

หลอด LED หลอดไฟฟ้าแสงสว่างของศตวรรษที่ 21 (ต่อ)

 

 

สีของแสงจากหลอด LED
แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นในช่วงที่ตามองเห็นคือ แสงสีม่วง (380 นาโนเมตร) จนถึงแสงสีแดง (620–760 นาโนเมตร) เมื่อมีการผสมแสงสีต่าง ๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันอย่างสมดุลจะทำให้เกิดเป็นแสงสีขาว (White Visible Light) ในอดีตเนื่องจากข้อจำกัดของเทคโนโลยีของสารฟอสฟอร์ (Phosphor) ทำให้ผู้ผลิตหลอดฟลูออเรสเซนต์กำหนดให้ผู้ใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ต้องยอมรับคุณสมบัติของแสงสีขาว ด้วยการกำหนดคำศัพท์คำว่า Warm White หรือ Cool White ขึ้นมาโดยอ้างอิงสีของแสงขาวเข้ากับความรู้สึกของคนว่าแสงสีนี้ให้ความรู้สึกอุ่น แสงสีนั้นให้ความรู้สึกเย็น รวมถึงกำหนดให้ใช้สีจากหลอดไส้เป็นแหล่งกำเนิดแสงอ้างอิง

ในปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมแสงสว่างพัฒนามากขึ้น การกำหนดคุณสมบัติของสีของแสงจึงพัฒนาขึ้นตามไปด้วย โดยมีการกำหนดคุณสมบัติด้านสีของแสงจากอุณหภูมิสี (Color Temperature) และความถูกต้องของสี (Color Rendering Index: CRI)

(ก) Color Temperature เป็นการเปรียบเทียบแหล่งกำเนิดของแสงขาวว่าแสงจะมีสีเหลืองที่ให้ความรู้สึกอุ่นมากไหม หรือมีแสงสีฟ้าที่ให้ความรู้สึกเย็นมากไหม เพื่อให้เกิดความเข้าใจเรื่องอุณหภูมิสีก็ต้องเริ่มจากวัตถุดำ หรือ Black Body ก่อน โดยวัตถุดำเป็นวัตถุที่ไม่มีสี สีดำเกิดขึ้นจากวัตถุดำนี้ดูดกลืนรังสีทุกชนิดที่กระทบกับผิวของวัตถุดำที่อุณหภูมิ 0 K ซึ่งเท่ากับ –273 C ที่อุณหภูมินี้โมเลกุลของวัตถุจะหยุดไม่มีการเคลื่อนที่ใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อทำการทดลองจึงสร้างวัตถุดำขึ้นมาจากโลหะทังสเตนผสมกับคาร์บอน เมื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านวัตถุดำนี้ ผิวของวัตถุดำก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนสีตามความร้อนที่เกิดขึ้นการจากการไหลของกระแสไฟฟ้า เริ่มต้นจากสีแดง เปลี่ยนเป็นสีส้ม เปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง และในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นสีขาวอมฟ้า นั่นก็คืออุณหภูมิเปลี่ยนจาก 1,000 K เป็น 6,500 K นั่นก็คืออุณหภูมิสีของหลอดไฟฟ้าก็คืออุณหภูมิที่วัตถุดำให้แสงสีเดียวกับหลอดไฟฟ้านั้น ๆ

หลอดไส้ (Incandescent Lamp) เป็นหลอดไฟฟ้าชนิดเดียวที่ให้สเปกตรัมของแสงที่ต่อเนื่องที่อุณหภูมิ 2,700 K ขณะที่หลอดไฟชนิดอื่น ๆ (ไม่รวมหลอด HBLED) จะให้สเปกตรัมของแสงที่ไม่ต่อเนื่องที่อุณหภูมิต่าง ๆ มาตรฐาน ANSI C78.377–2008 ได้กำหนดค่า Correlated Color Temperature (CCT) ที่ยอมรับได้ตั้งแต่ 2,700 K (เหมือนหลอดไส้) จนถึง 6,500 K (สีเดียวกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ชนิด Daylight)

องค์กรมาตรฐานโลก The International Commission on Illumination: CIE ได้พัฒนากราฟ Chromaticity Diagram เป็นการพล็อตกราฟโดยใช้แกน X, Y โดยมีวัตถุดำอยู่ในตำแหน่ง Locus ของรูปสามเหลี่ยมตามที่แสดงในรูปที่ 2 สีของแสงที่อยู่ตามขอบของเส้นกราฟจะมีสีตั้งแต่สีแดงจนถึงสีน้ำเงิน เมื่อเคลื่อนเข้าไปจุดศูนย์กลางที่อยู่ภายในของสามเหลี่ยม สีของแสงจะจางลง ๆ เรื่อยจนได้แสงสีขาวในที่สุด ดังนั้นการกำหนดพิกัดของโคออร์ดิเนต X และ Y ที่สัมพันธ์กับรูปกราฟ CIE Chromaticity Diagram จะให้สีของแสงจากแหล่งกำเนิดแสงที่สัมพันธ์กับวัตถุดำได้อย่างถูกต้อง

รูปที่ 5 CIE Chromaticity Diagram

ตารางที่ 2 Color Temperature ของหลอดไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ

(ข) Color Rendering index (CRI) เป็นคุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งในการเลือกชนิดของหลอดไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้ในการเลือกหลอดฟลูออเรสเซนต์และหลอด HID มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 40 ปี CRI มีค่าอยู่ระหว่าง 0–100 มาตรฐานของ CIE ใช้หลอดไส้ Incandescent Lamp เป็นหลอดอ้างอิงเนื่องจากไส้หลอดเป็นทังสเตนเป็นโลหะชนิดเดียวกับที่ใช้ทำวัตถุดำ ดังนั้นหลอดไส้จึงเป็นแหล่งกำเนิดแสงที่มีค่า CRI ที่สูงมากใกล้ ๆ ค่า 100 ในปัจจุบัน CRI ยังนำมาใช้กำหนดความเที่ยงตรงของสีของแสงจากหลอด HBLED

อย่างไรก็ตามด้วยคุณสมบัติของหลอด LED ถึงแม้ว่าหลอด LED นั้น ๆ จะมีค่า CRI ที่น้อย ๆ แต่เมื่อเทียบกับแหล่งกำเนิดแสงอื่น ๆ แล้ว แสงจากหลอด LED ก็ยังให้แสงสีขาวที่มีคุณภาพสูงเมื่อเทียบกับแหล่งกำเนิดแสงชนิดอื่น ๆ ดังนั้น National Institute of Standards and Technology (NIST) จึงได้พัฒนามาตรฐานใหม่ขึ้นมาแทน เรียกว่า Color Quality Scale: CQS มาตรฐานใหม่นี้ยังนำมาใช้กับหลอดไฟฟ้าทั่วไปและหลอด Solid–state Sources ทุกชนิดด้วย

สรุป
หลอด LED เป็นหลอดไฟฟ้าแสงสว่างที่กะทัดรัดและใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า หลอด LED เป็นหลอดไฟฟ้าแสงสว่างที่มีคุณสมบัติและข้อกำหนดที่หลากหลาย ดังนั้นการเลือกใช้หลอด LED จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบระมัดระวัง โดยต้องพิจารณาถึงอุณหภูมิสี, ค่า CRI, อายุการใช้งาน, กำลังการส่องสว่าง หลอด LED จะทำงานแย่ลงที่อุณหภูมิสูง ดังนั้นการเลือกใช้โคมไฟฟ้าที่มีหลอด LED เป็นแหล่งกำเนิดแสงจึงต้องพิจารณาถึงการระบายความร้อนที่เกิดขึ้นอีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง
1. LED Update : EC&M October 2010
2. Specifying LED Lighting: BRE IP 15/10

 

ขอขอบคุณ

ขวัญชัย กุลสันติธำรงค์